Skip to content

วิธีออกจาก MLM อย่างถูกวิธี ไม่เสียเงิน ไม่เสียดาวน์ไลน์

วิธีออกจาก MLM อย่างถูกวิธี เรื่องที่หลายคนไม่รู้ว่ามีสิทธิ์

ถ้าคุณกำลังคิดจะเลิกทำ MLM หรือขายตรง คุณไม่ได้อยู่คนเดียว คนจำนวนมากเข้าสู่จุดนี้ ไม่ว่าจะเพราะธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คาด เปลี่ยนทิศทางชีวิต หรือแค่รู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเองอีกต่อไป

ปัญหาคือหลายคนไม่รู้ว่า กฎหมายไทยให้สิทธิ์คุณในการออกจากธุรกิจขายตรงอย่างเป็นธรรม ทั้งสิทธิ์คืนสินค้าที่ยังไม่ได้ขาย สิทธิ์ยกเลิกสัญญา และการได้รับเงินคืนตามที่กฎหมายกำหนด แต่หลายคนปล่อยให้สินค้าค้างสต็อกหรือถูกเอาเปรียบเพราะไม่รู้สิทธิ์ของตัวเอง

บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการออกจาก MLM อย่างถูกวิธี ทั้งในแง่กฎหมาย การเงิน และความสัมพันธ์กับทีมที่สร้างมา


สิทธิ์ตามกฎหมายที่คุณมีเมื่อต้องการออกจาก MLM

สิทธิ์คืนสินค้าตามมาตรา 25

ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 25 ผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงมีสิทธิ์คืนสินค้า วัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย ชุดคู่มือ หรืออุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจที่ซื้อไปจากบริษัทได้

บริษัทต้องรับซื้อคืนตามราคาที่คุณจ่ายไปจริง ภายใน 15 วัน นับจากวันที่คุณใช้สิทธิ์คืนสินค้า

มีข้อยกเว้นที่ควรรู้คือ บริษัทมีสิทธิ์หักค่าดำเนินการได้ไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และมีสิทธิ์หักกลบลบหนี้ใด ๆ ที่คุณค้างชำระกับบริษัทก่อน ดังนั้นเงินที่ได้คืนอาจไม่เท่ากับ 100% ของราคาที่ซื้อมาเสมอไป แต่ต้องสมเหตุสมผลตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่บริษัทหักตามใจชอบ

สิทธิ์ยกเลิกสัญญาภายใน 7 วัน

สำหรับสินค้าที่เพิ่งซื้อ ตามมาตรา 33 (1) ผู้บริโภคมีสิทธิ์เลิกสัญญาได้ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้าหรือบริการ โดยไม่ต้องให้เหตุผลและไม่มีเงื่อนไขผูกมัด

สิทธิ์ในเอกสารที่ชัดเจน

ตามมาตรา 30-31 บริษัทขายตรงต้องจัดทำเอกสารการซื้อขายที่ระบุ วิธีการเลิกสัญญาและวิธีการคืนสินค้า ไว้อย่างชัดเจนด้วยตัวอักษรที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป หากเอกสารที่คุณได้รับไม่มีข้อมูลนี้ ถือว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายขายตรงในภาพรวมได้ที่ ขายตรงผิดกฎหมายไหม


ขั้นตอนการออกจาก MLM อย่างถูกวิธี

ขั้นตอนที่ 1: อ่านสัญญาและเงื่อนไขการยกเลิกที่ได้รับตอนสมัคร

ก่อนทำอะไร กลับไปอ่านเอกสารการสมัครและสัญญาที่ได้รับตอนเริ่มต้น เพื่อดูเงื่อนไขเฉพาะของบริษัทนั้น เช่น ระยะเวลาที่ต้องแจ้งล่วงหน้า ขั้นตอนที่บริษัทกำหนด และอัตราค่าดำเนินการที่อาจถูกหัก

ขั้นตอนที่ 2: รวบรวมสินค้าที่เหลือและตรวจสอบสภาพ

แยกสินค้าที่ยังไม่ได้ขายหรือใช้ออกมา ตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพที่สามารถคืนได้ตามที่กฎหมายและบริษัทกำหนด เก็บใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ขั้นตอนที่ 3: ยื่นคำขอใช้สิทธิ์คืนสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษร

ติดต่อบริษัทหรือ Upline เพื่อขอแบบฟอร์มยกเลิกสมาชิกและคืนสินค้า ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ ไม่ใช่แค่บอกด้วยปากเปล่า เพื่อให้มีหลักฐานวันที่ชัดเจนสำหรับการนับระยะเวลา 15 วันที่บริษัทต้องคืนเงิน

ขั้นตอนที่ 4: ติดตามการคืนเงินภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

ตามกฎหมาย บริษัทต้องคืนเงินภายใน 15 วันหลังจากคุณใช้สิทธิ์คืนสินค้า หากเกินกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คุณมีสิทธิ์ร้องเรียนได้

ขั้นตอนที่ 5: ร้องเรียนหากบริษัทไม่ปฏิบัติตามสิทธิ์

หากบริษัทปฏิเสธสิทธิ์คืนสินค้า หักเงินเกินสมควร หรือไม่คืนเงินภายในกำหนด สามารถร้องเรียนได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สายด่วน 1166 หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570


คำนวณว่าจะได้เงินคืนเท่าไร

ก่อนยื่นคำขอ ลองประเมินตัวเลขที่ควรได้รับคืนตามกฎหมาย

สูตรพื้นฐาน:

เงินที่ควรได้คืน = ราคาที่จ่ายจริง − ค่าดำเนินการ (ตามอัตราที่กำหนด) − หนี้ค้างชำระ (ถ้ามี)

ตัวอย่าง ถ้าคุณซื้อสินค้าและอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจมาทั้งหมด 20,000 บาท และไม่มีหนี้ค้างชำระกับบริษัท คุณควรได้รับเงินคืนส่วนใหญ่ของ 20,000 บาทนั้น หลังหักค่าดำเนินการตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนดเท่านั้น ไม่ใช่ถูกหักตามที่บริษัทตั้งขึ้นเอง

หากรู้สึกว่าตัวเลขที่บริษัทเสนอคืนไม่สมเหตุสมผล ให้ขอดูรายละเอียดการคำนวณเป็นลายลักษณ์อักษรและเทียบกับประกาศอัตราค่าดำเนินการที่เปิดเผยต่อสาธารณะ


วิธีบอกดาวน์ไลน์โดยไม่เสียความสัมพันธ์

นี่คือส่วนที่หลายคนกังวลมากที่สุด เพราะการเลิกทำธุรกิจกระทบกับคนที่คุณชักชวนเข้ามาด้วย

หลักการที่ 1: บอกตรงไปตรงมาแต่ไม่ต้องอธิบายมากเกินไป

ไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลส่วนตัวทั้งหมด แค่บอกว่าคุณตัดสินใจหยุดทำธุรกิจนี้แล้ว และขอบคุณสำหรับการทำงานร่วมกัน

หลักการที่ 2: ให้เวลาดาวน์ไลน์เตรียมตัว

แจ้งล่วงหน้าเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่หายไปเงียบ ๆ ทันที เพื่อให้ทีมมีเวลาวางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อ ไม่ว่าจะหา Upline ใหม่ในบริษัทเดียวกันหรือตัดสินใจอย่างอื่น

หลักการที่ 3: ช่วยเชื่อมต่อกับ Upline สายอื่นถ้าทำได้

ถ้าเป็นไปได้ แนะนำดาวน์ไลน์ให้ติดต่อกับ Upline สายอื่นในบริษัทเดียวกันที่ยังทำงานอยู่ เพื่อให้พวกเขายังมีคนสนับสนุนต่อไป

หลักการที่ 4: ไม่จำเป็นต้องชวนดาวน์ไลน์ตามไปบริษัทใหม่

หากคุณกำลังจะย้ายไปทำธุรกิจอื่น ให้แยกการสนทนาเรื่อง “เลิกทำธุรกิจเดิม” กับ “ชวนไปทำธุรกิจใหม่” ออกจากกันให้ชัดเจน อย่าผสมทั้งสองเรื่องในการสนทนาเดียวกันเพราะอาจทำให้ดาวน์ไลน์รู้สึกถูกกดดัน


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกจาก MLM

ความเข้าใจผิดที่ 1: “สมัครไปแล้วเลิกไม่ได้”

ไม่จริง คุณมีสิทธิ์ยกเลิกสมาชิกได้ตลอดเวลาตามกฎหมาย แม้จะผ่านไปนานแล้วก็ตาม สิ่งที่อาจต่างกันคือเงื่อนไขการคืนสินค้าที่อาจมีระยะเวลาจำกัดตามที่บริษัทกำหนด

ความเข้าใจผิดที่ 2: “สินค้าที่เปิดใช้แล้วคืนไม่ได้เลย”

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัทและสภาพสินค้า สินค้าที่ยังไม่เปิดใช้และอยู่ในสภาพสมบูรณ์มักคืนได้ง่ายกว่า แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขที่แน่นอนกับบริษัทก่อน

ความเข้าใจผิดที่ 3: “ถ้าเลิกแล้วดาวน์ไลน์ต้องเลิกตามไปด้วย”

ไม่จริง ดาวน์ไลน์ของคุณยังสามารถทำธุรกิจกับบริษัทนั้นต่อไปได้ แม้คุณจะเลิกแล้ว เพียงแต่อาจต้องเปลี่ยนไปอยู่ภายใต้ Upline สายอื่นในบางกรณี

ความเข้าใจผิดที่ 4: “ออกจาก MLM แล้วเสียเครดิตในสายตาคนอื่น”

ไม่จำเป็น การตัดสินใจเลิกทำธุรกิจที่ไม่เหมาะกับตัวเองคือการตัดสินใจทางธุรกิจปกติ คนที่เข้าใจสถานการณ์จริงจะไม่มองในแง่ลบ สิ่งสำคัญคือการสื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบกับทีมที่เกี่ยวข้อง


สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตัดสินใจออกจาก MLM

ตรวจสอบสถานะทางการเงินให้ครบ

รวบรวมรายการสินค้าที่เหลือ ยอดค้างชำระกับบริษัท (ถ้ามี) และค่าคอมมิชชั่นที่ยังไม่ได้รับ เพื่อให้รู้ภาพการเงินที่แท้จริงก่อนยื่นคำขอยกเลิก

ตัดสินใจว่าจะออกแบบสมบูรณ์หรือแบบพักไว้ก่อน

บางคนเลือกหยุดทำงานแบบ Active แต่ไม่ยกเลิกสมาชิก เพื่อรักษาสิทธิ์รับค่าคอมมิชชั่นจากทีมที่ยังทำงานอยู่ ขณะที่บางคนเลือกยกเลิกสมบูรณ์เพื่อตัดความสัมพันธ์ทั้งหมด ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ควรพิจารณาตามสถานการณ์ของตัวเอง

วางแผนรายได้ทดแทนล่วงหน้า

หากธุรกิจนี้เป็นรายได้หลักหรือรายได้เสริมที่สำคัญ ควรมีแผนรองรับก่อนยกเลิกอย่างสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้กระทบสภาพการเงินกะทันหัน


ตารางสรุปสิทธิ์ตามกฎหมายเมื่อออกจาก MLM

สิทธิ์รายละเอียดกรอบเวลา
คืนสินค้า (มาตรา 25)บริษัทต้องรับซื้อคืนตามราคาที่จ่ายจริงคืนเงินภายใน 15 วัน
เลิกสัญญา (มาตรา 33)ยกเลิกได้โดยไม่ต้องให้เหตุผลภายใน 7 วันจากวันรับสินค้า
เอกสารชัดเจน (มาตรา 30-31)บริษัทต้องระบุวิธีเลิกสัญญาและคืนสินค้าตั้งแต่วันทำสัญญา
ร้องเรียนหากบริษัทไม่ปฏิบัติตามสิทธิ์ร้องเรียนได้ทุกเมื่อที่ สคบ.

สรุป: ออกจาก MLM ได้อย่างมีสิทธิ์ มีขั้นตอน และมีความรับผิดชอบ

การออกจาก MLM ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกผิดหรือกลัว กฎหมายไทยให้สิทธิ์คุณในการคืนสินค้าและยกเลิกสัญญาอย่างเป็นธรรม สิ่งสำคัญคือการทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เก็บหลักฐานให้ครบ และสื่อสารกับทีมที่เกี่ยวข้องอย่างมีความรับผิดชอบ

หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด คุณมีช่องทางร้องเรียนที่ชัดเจนผ่านหน่วยงานราชการ ไม่ต้องยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมเพียงเพราะไม่รู้สิทธิ์ของตัวเอง

ไม่ว่าเหตุผลที่คุณตัดสินใจออกจากธุรกิจนี้คืออะไร การจบอย่างมีระบบและให้เกียรติทั้งตัวเองและทีมที่ร่วมงานมา คือวิธีที่ดีที่สุดในการปิดบทหนึ่งของเส้นทางธุรกิจ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ยกเลิกสมาชิก MLM แล้วได้เงินคืนเต็มจำนวนไหม? A: ไม่เสมอไป บริษัทมีสิทธิ์หักค่าดำเนินการตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และหักหนี้ค้างชำระ (ถ้ามี) ก่อนคืนเงินส่วนที่เหลือ แต่การหักต้องสมเหตุสมผลตามกฎหมาย ไม่ใช่ตามที่บริษัทกำหนดเอง

Q: ออกจาก MLM แล้วดาวน์ไลน์ที่ชวนมาจะเป็นอย่างไร? A: ดาวน์ไลน์ของคุณยังสามารถทำธุรกิจกับบริษัทนั้นต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องเลิกตามคุณ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน ควรสื่อสารให้ชัดเจนและให้เวลาพวกเขาตัดสินใจ

Q: บริษัทไม่ยอมคืนเงินตามที่กฎหมายกำหนด ต้องทำอย่างไร? A: เก็บหลักฐานการยื่นคำขอคืนสินค้าและการติดต่อทั้งหมด แล้วร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สายด่วน 1166 หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570

Q: ยกเลิกสมาชิกแบบไม่คืนสินค้าได้ไหม? A: ได้ คุณสามารถยกเลิกสถานะสมาชิกได้โดยไม่ต้องใช้สิทธิ์คืนสินค้า หากต้องการเก็บสินค้าที่เหลือไว้ใช้เองหรือขายต่อด้วยตัวเอง สิทธิ์คืนสินค้าเป็นทางเลือก ไม่ใช่ข้อบังคับ

Q: ผ่านมาหลายเดือนแล้วถึงตัดสินใจเลิก ยังใช้สิทธิ์คืนสินค้าได้ไหม? A: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัทเกี่ยวกับระยะเวลาที่ยอมรับการคืนสินค้า ควรตรวจสอบสัญญาที่ได้รับตอนสมัครและติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามเงื่อนไขที่แน่นอน


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายที่ใช้แทนการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เงื่อนไขเฉพาะอาจแตกต่างกันตามสัญญาของแต่ละบริษัท ข้อมูลอ้างอิง: พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค