Skip to content

บริษัทขายตรงที่น่าเชื่อถือดูยังไง?

บริษัทขายตรงที่น่าเชื่อถือดูยังไง? คู่มือตรวจสอบก่อนลงทุน

ทุกบริษัทขายตรงบอกว่าตัวเองน่าเชื่อถือ มีสินค้าดี จ่ายตรงตามเวลา และดูแลตัวแทนอย่างดี แต่ความจริงคือมีบริษัทที่ไม่ตรงตามที่บอก และคนที่ไม่รู้วิธีตรวจสอบมักจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเสียเงินไปแล้ว

ปัญหาคือหลายคนไม่รู้ว่าต้องตรวจสอบอะไร ดูอะไร และเชื่อข้อมูลจากไหน นอกจากฟังจากคนที่ชักชวน ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรง

บทความนี้จะสอนวิธีตรวจสอบบริษัทขายตรงอย่างเป็นระบบ ด้วย 8 วิธีที่ใช้ได้จริง พร้อม Red Flags 7 ข้อ ที่บ่งบอกว่าบริษัทนั้นไม่น่าไว้วางใจ


ทำไมการตรวจสอบจึงสำคัญมากขนาดนี้

ก่อนลงรายละเอียด ต้องเข้าใจก่อนว่าการไม่ตรวจสอบมีต้นทุนอะไรบ้าง

ต้นทุนทางการเงิน ค่าสมัคร ค่าสินค้าล็อตแรก ยอดซื้อขั้นต่ำรายเดือน และค่าอีเวนต์ที่สะสมกันอาจสูงถึงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทในหนึ่งปี ถ้าบริษัทมีปัญหาหรือเลิกกิจการ เงินเหล่านี้อาจหายไปทั้งหมด

ต้นทุนทางเวลา การสร้างฐานลูกค้าและทีมงานใช้เวลาหลักเดือนถึงหลักปี ถ้าต้องเริ่มใหม่กับบริษัทอื่น เวลาที่ลงทุนไปไม่สามารถเอาคืนมาได้

ต้นทุนทางสังคม ถ้าคุณแนะนำคนรู้จักเข้าร่วมบริษัทที่มีปัญหา ความสัมพันธ์ที่เสียไปนั้นหนักที่สุด

การใช้เวลาตรวจสอบ 2-4 สัปดาห์ก่อนสมัครเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดที่คุณทำได้


8 วิธีตรวจสอบบริษัทขายตรงที่น่าเชื่อถือ

วิธีที่ 1: ตรวจสอบการจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการ

นี่คือด่านแรกและสำคัญที่สุด ถ้าบริษัทไม่ผ่านขั้นตอนนี้ ไม่ต้องตรวจสอบอื่นเลย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์: www.dbd.go.th สายด่วน: 1570

เข้าไปที่เว็บไซต์และค้นหาชื่อบริษัทในระบบ ตรวจสอบว่า

  • บริษัทจดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้องไหม
  • ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจขายตรงจากกรมฯ แล้วหรือไม่ (เป็นคนละอย่างกับการจดทะเบียนบริษัทธรรมดา)
  • สถานะใบอนุญาตยังมีผลอยู่ไหม ไม่ได้ถูกพักหรือเพิกถอน
  • ที่อยู่และข้อมูลบริษัทตรงกับที่บอกไหม

สิ่งที่ต้องเจอ: เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่อยู่สำนักงานจริง ชื่อกรรมการบริษัท และวันที่ได้รับใบอนุญาต


วิธีที่ 2: ตรวจสอบสมาชิกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA)

เว็บไซต์: www.tdsa.org โทรศัพท์: ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์

สมาคมการขายตรงไทย (Thai Direct Selling Association) คือองค์กรวิชาชีพที่รวบรวมบริษัทขายตรงที่ผ่านมาตรฐานจรรยาบรรณ สมาชิก TDSA ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่ากฎหมายขั้นต่ำ รวมถึง

  • มีนโยบายคืนสินค้าที่เป็นธรรม
  • ไม่บังคับซื้อสินค้าจำนวนมากเกินความจำเป็น
  • จ่ายค่าตอบแทนตรงตามแผนที่ประกาศ
  • มีกระบวนการแก้ไขข้อร้องเรียนที่ชัดเจน

ข้อสำคัญ: การเป็นสมาชิก TDSA ไม่ได้รับประกัน 100% ว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ช่วยกรองบริษัทที่ไม่ผ่านมาตรฐานขั้นต่ำออกไปได้มาก


วิธีที่ 3: ตรวจสอบผ่านการค้นหาออนไลน์อย่างเป็นระบบ

การค้นหา Google ธรรมดาให้ผลที่จำกัด ต้องค้นหาอย่างเป็นระบบเพื่อดูภาพรวมที่ครบ

ชุดคำค้นหาที่แนะนำ:

  • ชื่อบริษัท + “รีวิว”
  • ชื่อบริษัท + “หลอกลวง”
  • ชื่อบริษัท + “ประสบการณ์”
  • ชื่อบริษัท + “ปัญหา”
  • ชื่อบริษัท + “ไม่จ่าย”
  • ชื่อบริษัท + “แจ้งความ”
  • ชื่อบริษัท + “ปิดตัว”

แหล่งที่ควรค้นหา:

  • Pantip มีกระทู้ถามตอบและรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมาก
  • กลุ่ม Facebook ที่เกี่ยวกับขายตรง ธุรกิจออนไลน์ หรือผู้บริโภค
  • Google Reviews ของสำนักงานบริษัท
  • YouTube รีวิวและประสบการณ์จริง

วิธีอ่าน Review อย่างชาญฉลาด: อย่าเชื่อ Review บวกทั้งหมดเพราะบางส่วนอาจมาจากตัวแทนที่มีผลประโยชน์ และอย่าเชื่อ Review ลบทั้งหมดเพราะบางส่วนอาจมาจากคนที่ล้มเหลวเพราะตัวเอง ให้โฟกัสที่ ประเด็นที่คนหลายคนพูดถึงซ้ำ ๆ ในทิศทางเดียวกัน เพราะนั้นคือแพทเทิร์นที่น่าเชื่อถือ


วิธีที่ 4: ตรวจสอบ Income Disclosure Statement (IDS)

IDS คือเอกสารที่แสดงรายได้จริงของตัวแทนทุกระดับ และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความโปร่งใสที่สำคัญที่สุด

วิธีขอ IDS:

  • ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ทางการของบริษัท (บริษัทที่ดีต้องมีให้)
  • ขอจาก Upline ที่ชักชวนคุณโดยตรง
  • ถามสายสนับสนุนของบริษัทโดยตรง

สิ่งที่ต้องดูใน IDS:

เปอร์เซ็นต์ของตัวแทนที่ได้รายได้แต่ละระดับ: IDS ที่ซื่อสัตย์ต้องแสดงว่าตัวแทนส่วนใหญ่ได้เงินน้อยมากหรือไม่มีเลย ถ้า IDS แสดงแต่ตัวเลขสวยหรู ควรตั้งคำถาม

รายได้เฉลี่ยของระดับกลาง: คนที่คุณอาจเป็นในช่วง 1-2 ปีแรก มีรายได้เฉลี่ยเท่าไร ตัวเลขนี้สำคัญกว่ารายได้สูงสุดที่อาจเกิดขึ้น

จำนวนตัวแทนทั้งหมดในระบบ: ยิ่งมาก ยิ่งบอกว่าตลาดอาจอิ่มตัวในบางพื้นที่

ถ้าบริษัทไม่มี IDS หรือปฏิเสธที่จะแสดง ให้ถือว่าเป็น Red Flag สีแดงเลือดหมู


วิธีที่ 5: ทดสอบสินค้าด้วยตัวเองก่อน

ก่อนสมัครเป็นตัวแทน ซื้อสินค้าทดลองใช้ในฐานะลูกค้าธรรมดาก่อน วิธีนี้บอกข้อมูลหลายอย่างพร้อมกัน

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทดลองสินค้า:

คุณภาพที่แท้จริง: ประสบการณ์จริงจากการใช้ดีกว่าคำโฆษณาทุกชนิด

ขั้นตอนการสั่งซื้อในฐานะลูกค้า: ง่ายหรือยาก ตอบสนองเร็วหรือช้า มีปัญหาอะไรไหม

การบริการลูกค้า: ลองติดต่อสอบถามปัญหาสักข้อ ดูว่าตอบสนองอย่างไร

การจัดส่ง: รวดเร็วตามที่บอกไหม สินค้ามาถึงในสภาพดีไหม

ราคาเทียบกับมูลค่าที่ได้จริง: ถ้าไม่ใช่ตัวแทนและไม่มีส่วนลด คุณยังรู้สึกว่าราคานี้คุ้มค่าไหม


วิธีที่ 6: พูดคุยกับตัวแทนหลายระดับ ไม่ใช่แค่คนที่ชักชวน

คนที่ชักชวนคุณมีผลประโยชน์จากการที่คุณสมัคร จึงมีแนวโน้มเน้นจุดดีและลดความสำคัญของจุดด้อย วิธีที่ดีกว่าคือหาคุยกับคนหลายประเภท

กลุ่มที่ต้องหาคุย:

ตัวแทนระดับกลางที่ทำอยู่: คนที่ทำมา 1-3 ปีและอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ใช่ระดับสูงสุด ให้ภาพที่จริงกว่า

อดีตตัวแทนที่เลิกทำแล้ว: ถามว่าทำไมถึงเลิก ประสบการณ์ที่ได้และเสียมีอะไรบ้าง พวกเขามักพูดตรงมากกว่า

ลูกค้าที่ใช้สินค้าแต่ไม่ได้เป็นตัวแทน: รับรู้ถึงคุณภาพสินค้าจากมุมมองผู้บริโภคล้วน ๆ

วิธีหาคนเหล่านี้: ค้นหาในกลุ่ม Facebook ที่เกี่ยวข้อง โพสต์ถามหาประสบการณ์ตรง หรือค้นหาใน Pantip


วิธีที่ 7: ตรวจสอบสำนักงานจริงของบริษัท

บริษัทที่น่าเชื่อถือต้องมีสำนักงานจริงที่สามารถเยี่ยมชมได้

สิ่งที่ควรทำ:

ค้นหาที่อยู่จริงและไปดูด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ผ่านไปดูว่ามีสำนักงานอยู่จริงไหม หรือใช้ Google Street View ดูภาพถ่ายล่าสุดของที่อยู่นั้น

โทรหาสายสนับสนุนของบริษัท ดูว่ามีคนรับสาย ตอบสนองเร็วแค่ไหน และให้ข้อมูลได้ครบถ้วนไหม ลองถามคำถามที่ต้องใช้ความรู้จริง เช่น เงื่อนไขการคืนสินค้าหรือรายละเอียดแผนการตลาด

ตรวจสอบ Google Maps: ดู Review ของสำนักงาน และดูว่ามีคนเช็คอินหรือมีกิจกรรมจริงไหม


วิธีที่ 8: ตรวจสอบข่าวและประวัติในต่างประเทศ

สำหรับบริษัทต่างชาติ ประวัติในประเทศต้นกำเนิดและประเทศอื่นสำคัญมาก

สิ่งที่ต้องค้นหา:

คดีความหรือการดำเนินคดี: ค้นหาชื่อบริษัทบน Google เป็นภาษาอังกฤษตามด้วย “lawsuit” “FTC” “pyramid scheme” หรือ “fraud” ถ้ามีประวัติคดีความในหลายประเทศ ต้องระวัง

รายงานจาก FTC (Federal Trade Commission) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ติดตามและดำเนินคดีกับ MLM และแชร์ลูกโซ่มากที่สุดในโลก

การตรวจสอบของสมาคมการขายตรงในประเทศอื่น: หลายประเทศมีสมาคมที่คล้าย TDSA และเผยแพร่รายชื่อบริษัทที่มีปัญหา


7 Red Flags ที่บ่งบอกว่าบริษัทนั้น “ไม่น่าเชื่อถือ”

หลังตรวจสอบทั้ง 8 วิธีแล้ว ถ้าพบสัญญาณเหล่านี้ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ

🚩 Red Flag 1: ไม่สามารถตรวจสอบการจดทะเบียนได้

ถ้าค้นหาชื่อบริษัทในระบบ DBD แล้วไม่พบ หรือพบแต่ไม่มีใบอนุญาตขายตรง ไม่ว่าจะมีคำอธิบายอะไรก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสมัคร บริษัทที่ถูกกฎหมายทุกแห่งต้องจดทะเบียนได้

🚩 Red Flag 2: ไม่มี IDS หรือปฏิเสธที่จะแสดง

นี่คือ Red Flag ที่หนักที่สุด บริษัทที่จ่ายจริงและโปร่งใสไม่มีเหตุผลที่จะซ่อนข้อมูลรายได้จริงของตัวแทน ถ้าบอกว่า “ไม่มี” หรือ “ยังอยู่ระหว่างจัดทำ” หรือ “ดูได้แค่ตอนเข้าร่วม” ควรระวังอย่างมาก

🚩 Red Flag 3: รายได้หลักมาจากค่าสมัครสมาชิก ไม่ใช่การขายสินค้า

ถ้าในการนำเสนอธุรกิจพูดถึงรายได้จากการ “ชวนคนสมัคร” มากกว่ารายได้จากการ “ขายสินค้า” นั่นคือสัญญาณที่บอกว่ารูปแบบธุรกิจนี้ไม่ยั่งยืนและอาจผิดกฎหมาย

🚩 Red Flag 4: มีรีวิวเชิงลบในประเด็นเดิมซ้ำ ๆ จากหลายแหล่ง

Review หนึ่งหรือสองรีวิวเชิงลบไม่น่าเป็นห่วง เพราะธุรกิจทุกแห่งมีลูกค้าที่ไม่พอใจบ้าง แต่ถ้าหลายรีวิวจากแหล่งต่างกันพูดถึงปัญหาเดิม เช่น “ไม่จ่ายค่าคอมมิชชั่น” หรือ “เปลี่ยนแผนการตลาดกะทันหัน” ให้ถือว่าเป็นรูปแบบที่น่าเป็นห่วง

🚩 Red Flag 5: กดดันให้ตัดสินใจเร็วและซื้อสต็อกมาก

“โปรนี้มีแค่วันนี้” หรือ “ต้องซื้อสต็อก 30,000 บาทเพื่อรับสิทธิ์ Commission ทีม” คือเทคนิคที่ไม่มีบริษัทที่ดีจริงต้องใช้ ธุรกิจที่ยั่งยืนรอให้คุณตัดสินใจอย่างมีสติได้เสมอ

🚩 Red Flag 6: ไม่มีสำนักงานจริงที่ตรวจสอบได้หรือเปลี่ยนที่อยู่บ่อย

บริษัทที่น่าเชื่อถือต้องมีที่ตั้งถาวร ถ้าที่อยู่ในเอกสารไม่ตรงกับความจริง หรือบริษัทย้ายที่บ่อยโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ควรระวัง

🚩 Red Flag 7: วัฒนธรรมที่ห้ามตั้งคำถามหรือตีตราคนที่ศึกษาข้อมูลรอบด้าน

ถ้าเมื่อบอกว่าอยากใช้เวลาตรวจสอบก่อน แล้วถูกบอกว่า “คิดมากเกินไป” หรือ “คนที่สำเร็จไม่เคยลังเล” หรือ “ถ้าศึกษามากไปก็จะไม่มีวันเริ่ม” นั่นคือสัญญาณที่ชัดมากว่าวัฒนธรรมองค์กรนั้นไม่ดี บริษัทที่มีอะไรซ่อนไว้เท่านั้นที่กลัวการตรวจสอบ


ตัวอย่างบริษัทขายตรงที่ผ่านการตรวจสอบในไทย

เพื่อให้เห็นภาพจริง ต่อไปนี้คือตัวอย่างของบริษัทที่มีสถานะผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นในประเทศไทย ได้แก่บริษัทที่เป็นสมาชิก TDSA และจดทะเบียนถูกต้อง เช่น Amway, Giffarine, Herbalife, Forever Living, Nu Skin, USANA, Oriflame และ DXN

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: การเป็นสมาชิก TDSA และจดทะเบียนถูกต้องไม่ได้รับประกันว่าคุณจะประสบความสำเร็จในบริษัทนั้น มันแค่บอกว่าบริษัทนั้นดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมายและผ่านมาตรฐานขั้นต่ำเท่านั้น ความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกมากมาย


ความแตกต่างระหว่างบริษัทขายตรงที่น่าเชื่อถือ VS ไม่น่าเชื่อถือ

ด้านน่าเชื่อถือไม่น่าเชื่อถือ
การจดทะเบียนมีและตรวจสอบได้ไม่มีหรือตรวจสอบไม่ได้
IDSมีและเปิดเผยต่อสาธารณะไม่มีหรือปฏิเสธที่จะแสดง
สินค้ามีคุณค่าและขายได้นอกระบบราคาแพงเกินจริง ขายได้แค่ในระบบ
รายได้หลักจากการขายสินค้าจากค่าสมัครหรือการชวนคน
นโยบายคืนสินค้าชัดเจนและเป็นธรรมไม่มีหรือมีเงื่อนไขที่ทำไม่ได้
การตั้งคำถามยินดีตอบและให้หลักฐานหลีกเลี่ยงหรือกดดันให้เลิกถาม
อายุบริษัทมีประวัติยาวนานใหม่มากหรือเปลี่ยนชื่อบ่อย
สำนักงานมีและเยี่ยมชมได้ไม่มีหรือเปลี่ยนที่บ่อย

แหล่งตรวจสอบบริษัทขายตรงครบในที่เดียว

หน่วยงานราชการ:

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — www.dbd.go.th — โทร 1570
ตรวจสอบการจดทะเบียนและใบอนุญาตขายตรง

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) — www.ocpb.go.th — โทร 1166
ร้องเรียนปัญหาและตรวจสอบประวัติการร้องเรียนของบริษัท

องค์กรวิชาชีพ:

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) — www.tdsa.org
ตรวจสอบสมาชิกและมาตรฐานจรรยาบรรณ

แหล่งข้อมูลผู้บริโภค:

Pantip.com — ค้นหาชื่อบริษัทเพื่อดูประสบการณ์จริง
Facebook Groups — กลุ่มผู้บริโภค กลุ่มขายตรง
Google Reviews — ดูรีวิวสำนักงานบริษัท

สำหรับบริษัทต่างชาติ:

FTC (Federal Trade Commission) สหรัฐอเมริกา — www.ftc.gov
ตรวจสอบว่าบริษัทเคยถูกดำเนินคดีในสหรัฐหรือไม่


Checklist ตรวจสอบบริษัทขายตรง ก่อนตัดสินใจ

พิมพ์หรือบันทึก Checklist นี้ไว้ใช้งานจริง

การตรวจสอบพื้นฐาน

  • ค้นหาชื่อบริษัทใน www.dbd.go.th และพบว่าจดทะเบียนถูกต้อง
  • ตรวจสอบใบอนุญาตขายตรงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ตรวจสอบรายชื่อสมาชิก TDSA ที่ www.tdsa.org
  • ที่อยู่บริษัทในทะเบียนตรงกับที่บอก

การตรวจสอบออนไลน์

  • ค้นหาชื่อบริษัท + “หลอกลวง” บน Google แล้ว ไม่พบรีวิวลบในประเด็นร้ายแรงซ้ำ ๆ
  • ค้นหาใน Pantip แล้ว ไม่พบกระทู้ร้องเรียนสำคัญ
  • ค้นหาในกลุ่ม Facebook ที่เกี่ยวข้องแล้ว
  • สำหรับบริษัทต่างชาติ ค้นหาประวัติในภาษาอังกฤษแล้ว

การตรวจสอบเอกสาร

  • ขอดู IDS แล้ว เข้าใจรายได้เฉลี่ยจริงของตัวแทนระดับต่าง ๆ
  • อ่าน Compensation Plan ฉบับเต็มแล้ว
  • อ่านนโยบายคืนสินค้าและยกเลิกสมาชิกแล้ว
  • อ่านเงื่อนไขสัญญาสมาชิกทั้งหมดแล้ว

การตรวจสอบภาคสนาม

  • ทดลองใช้สินค้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์แล้ว
  • โทรทดสอบสายสนับสนุนของบริษัทแล้ว ตอบสนองดี
  • คุยกับตัวแทนระดับกลาง (ไม่ใช่แค่ Upline) แล้ว
  • คุยกับอดีตตัวแทนที่เลิกทำแล้ว (อย่างน้อย 1 คน)
  • ยืนยันว่าสำนักงานบริษัทมีอยู่จริงแล้ว

การตรวจสอบความเหมาะสมส่วนตัว

  • สินค้าตรงกับกลุ่มลูกค้าที่คุณเข้าถึงได้จริง
  • ต้นทุนรายเดือนอยู่ในงบที่รับได้แม้ในเดือนที่ขายได้น้อย
  • ไม่ได้ถูกกดดันให้ตัดสินใจ

สรุป: ตรวจสอบก่อน เซ็นชื่อทีหลัง

บริษัทขายตรงที่น่าเชื่อถือมีอยู่จริง และวิธีการตรวจสอบที่อธิบายในบทความนี้ช่วยให้คุณแยกแยะได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องพึ่งแค่ความรู้สึกหรือคำบอกเล่าของคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

สรุปสั้น ๆ สิ่งที่บริษัทขายตรงที่น่าเชื่อถือต้องมีคือ จดทะเบียนถูกต้อง มีสินค้าที่มีคุณค่าจริง มี IDS ที่โปร่งใส มีนโยบายคืนสินค้าที่เป็นธรรม และพร้อมตอบทุกคำถามของคุณอย่างตรงไปตรงมา

บริษัทที่ดีไม่มีเหตุผลที่จะกลัวการตรวจสอบ ถ้าบริษัทไหนกดดันให้คุณสมัครโดยไม่ให้เวลาตรวจสอบ นั่นบอกทุกอย่างแล้วว่าทำไม


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ตรวจสอบบริษัทขายตรงได้จากที่ไหนฟรี? A: แหล่งฟรีที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) สายด่วน 1570, สมาคมการขายตรงไทย (www.tdsa.org) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สคบ. สายด่วน 1166 ทุกแหล่งให้บริการฟรีและเป็นทางการ

Q: บริษัทที่เป็นสมาชิก TDSA ทุกแห่งน่าเชื่อถือไหม? A: เป็นสมาชิก TDSA หมายถึงผ่านมาตรฐานขั้นต่ำและมีจรรยาบรรณที่กำหนด ซึ่งดีกว่าบริษัทที่ไม่เป็นสมาชิก แต่ไม่ได้รับประกัน 100% ว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ยังต้องตรวจสอบในส่วนอื่น ๆ ด้วย

Q: ถ้าบริษัทใหม่ไม่มีประวัติยาวนาน จะตรวจสอบได้ยังไง? A: โฟกัสที่ปัจจัยที่ตรวจสอบได้ในปัจจุบัน เช่น การจดทะเบียน คุณภาพสินค้า ความโปร่งใสของแผนการตลาด และนโยบายคืนสินค้า สำหรับบริษัทต่างชาติที่เพิ่งเข้ามาในไทย ค้นหาประวัติในประเทศต้นกำเนิดด้วย

Q: ถ้าพบ Red Flag แต่คนรอบข้างบอกว่าดี ควรเชื่อใคร? A: เชื่อข้อมูลที่ตรวจสอบได้มากกว่าคำบอกเล่า คนรอบข้างที่บอกว่าดีอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน (ได้ค่าคอมมิชชั่นถ้าคุณสมัคร) หรืออาจไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดเหมือนกัน Red Flag ที่พบจากแหล่งอิสระมีน้ำหนักมากกว่า

Q: ยื่นเรื่องร้องเรียนบริษัทขายตรงที่มีปัญหาได้ที่ไหน? A: ร้องเรียนได้ที่ สคบ. สายด่วน 1166 หรือ www.ocpb.go.th กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 และสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) สำหรับสมาชิก TDSA และถ้าเป็นกรณีที่มีการหลอกลวงทางการเงิน สามารถแจ้งความกับตำรวจหรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ได้


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ถือเป็นการรับรองหรือแนะนำให้เข้าร่วมบริษัทใดโดยเฉพาะ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจเสมอ